บทที่ 9 9 พักผ่อนหัวใจ
ตกดึกคืนนั้น กุ้งนางส่งข้อความมาหาเพื่อบอกเล่าความเคลื่อนไหว... บีมพยายามติดต่ออังคณาผ่านเธอที่เป็นเพื่อนสนิทอยู่หลายครั้ง และเขาก็พยายามโทรหาเธอเองด้วย ทว่ากุ้งนางเลือกที่จะไม่รับสาย เพราะเดาได้ไม่ยากว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องระหว่างเขากับอังคณาแน่ ๆ ในใจของกุ้งนางนึกอยากจะบล็อกผู้ชายคนนี้ไปให้พ้น ๆ ทุกช่องทางแบบเดียวกับที่เพื่อนรักทำ เพราะสำหรับเธอแล้ว... ผู้ชายที่ทำให้เพื่อนของเธอต้องเจ็บเจียนตายขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปใจอ่อนให้อีก
EyE: ขอบใจมากนะ ฉันบล็อกมันแล้ว
กุ้งนาง: แล้วแกบอกเรื่องบีมกับพ่อแม่หรือยัง แกควรบอกพวกท่านนะ เพราะฉันกลัวว่าบีมจะหาทางติดต่อแกผ่านพ่อกับแม่หรือน้องสาวแก
EyE: ฉันจะบอกพวกท่านในวันพรุ่งนี้
สำหรับอังคณาแล้ว... ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องบอกความจริงกับพ่อแม่ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับบีมอยู่ในสายตาของพวกท่านมาโดยตลอด บีมเคยเป็นผู้ชายที่ดีเลิศเลอในสายตาทุกคน ใครเล่าจะคิดว่าวันหนึ่งคนที่เคยแสนดีจะกล้า ‘นอกใจและนอกกาย’ ไปมีคนอื่น แถมยังสวมเขาให้เธอลับหลังมาเนิ่นนานขนาดนี้
เมื่อทุกคนในบ้านจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา อังคณาจึงค่อย ๆ ย่องออกมาที่ห้องครัว เธอเปิดประตูตู้เย็นหยิบขวดน้ำดื่มออกมา วางมันลงข้าง ๆ ซองยาคุมฉุกเฉิน... ภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนปนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัว ผู้ชายคนนั้นตักตวงความสุขจากร่างกายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถุงยางอนามัยที่เตรียมมาหมดลง และในครั้งสุดท้าย เขายังคงเห็นแก่ตัว... ทั้งที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะหลั่งภายนอก แต่ท้ายที่สุดเขาก็ผิดคำพูด ปลดปล่อยทุกหยาดหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายของเธอจนหมดสิ้น ในตอนนั้นร่างกายของเธอเหนื่อยล้าเกินกว่าจะหยัดกายลุกขึ้นมาคัดค้าน ทว่าทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย และปลอบใจตัวเองโง่ ๆ ว่า... ค่อยหาซื้อยามากินป้องกันในตอนเช้าก็แล้วกัน
“หวังว่ามันจะทันนะ” เธอภาวนาให้เป็นเช่นนั้น
จังหวัดน่าน...
หลังเสร็จสิ้นภารกิจจากงานรับปริญญา อังคณาก็เก็บกระเป๋าเดินทางกลับคืนสู่บ้านเกิดพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอเป็นเกษตรกรบนดอย ทำไร่กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ปลูกชาป่าโบราณหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าชาเมี่ยง และมีแปลงสตรอว์เบอร์รี่หลากสีสัน พวกท่านรับรู้เรื่องที่เธอเลิกรากับบีมเรียบร้อยแล้ว และนับเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตของอังคณาที่ครอบครัวเลือกจะเข้าใจ แทนที่จะบ่นว่าหรือซ้ำเติม พวกท่านกลับใช้ความเงียบและความอบอุ่นคอยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเธอเอาไว้
“ถือว่าเป๋นก๋ารเฮียนฮู้ชีวิตเน่อลูก...” มือหนาที่หยาบกร้านจากการตรากตรำทำไร่ของคนเป็นพ่อ ยื่นมาลูบกลุ่มผมของลูกสาวอย่างแผ่วเบา
“เรายังต้องเจอความฮักแหมหลายรูปแบบ ป้อเจื่อว่าวันข้างหน้าลูกสาวของป้อตึงจะเข้มแข็งเหลือเก่านี้”
(ถือว่าเป็นการเรียนรู้ชีวิตนะลูก เรายังต้องเจอความรักหลากหลายรูปแบบ พ่อเชื่อว่าวันข้างหน้าลูกสาวของพ่อจะต้องเข้มแข็งมากกว่านี้)
อังคณาโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อไว้แน่น นึกขอบคุณท่านจากหัวใจที่คอยเข้าใจและเชื่อมั่นในตัวลูกสาวคนนี้เสมอมา ตั้งแต่จำความได้ พ่อกับแม่ไม่เคยบังคับขู่เข็ญ พวกท่านมักปล่อยให้ลูก ๆ ได้ทำตามใจตัวเอง ทว่าก็ยังอยู่ในสายตาและขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน ความรัก หรือการดำเนินชีวิต ท่านทั้งสองต่างเคารพในการตัดสินใจของลูก ๆ เสมอ
“อากาศหนาวละลูก เอาเสื้อไปใส่กำเลาะ เเต๊จะบ่สบายเอาเน้อ” (อากาศหนาว เอาเสื้อไปใส่ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้) แม่เลี้ยงเครือฟ้าเดินถือเสื้อไหมพรมแขนยาวตัวหนามายื่นให้กับลูกสาวคนโต
“ขอบคุณเจ้าแม่” (ขอบคุณค่ะแม่)
“ปิ๊กมายะการยะงานตี้บ้านเฮา แม่ว่าก็ดีเน้อลูก” (กลับมาทำงานที่บ้านเรา แม่ว่าก็ดีนะลูก)
“อายขอไปเก็บประสบการณ์สักปี๊สองปี๊ก่อนเจ้าแม่” (อายขอไปเก็บประสบการณ์สักปีสองปีก่อนนะคะแม่)
“ละได้งานยะแล้วก๊าลูก” (แล้วได้งานทำแล้วเหรอลูก)
“อาจารย์เปิ้นแนะนำมาเจ้า อายยื่นใบสมัครไปตี้โรงพยาบาลบดินทร์รักษ์” (อาจารย์แนะนำมาค่ะ อายยื่นใบสมัครไปที่โรงพยาบาลบดินทร์รักษ์)
“โรงพยาบาลดังแก่นเชียว พ่อตึงเจื่อว่าลูกสาวของพ่อเก่ง ยังไงก็ตึงต้องสอบสัมภาษณ์ผ่านอยู่แล้ว” (โรงพยาบาลดังเชียว พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อเก่งยังไงก็ต้องสอบสัมภาษณ์ผ่านอยู่แล้ว)
“ปี๊อาย ตั๋วจะอยู่บ้านเฮาเมินก่อ... เอิร์นบะอยากฮื้อปี๊ปิ๊กไปเลยเนี่ย” (พี่อาย เธอจะอยู่บ้านเรานานไหม เอิร์นไม่อยากให้พี่กลับไปเลย)
อัญชิสาทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนจะซุกหน้ากอดแขนพี่สาวด้วยท่าทางอ้อน ตั้งแต่อังคณาไปเรียนไกลบ้าน ความห่างเหินก็เข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเธอ พอรู้ว่าพี่สาวเรียนจบ หัวใจคนเป็นน้องก็พาลคิดไปว่าจะได้กลับมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเหมือนเก่า ทว่าดูจากรูปการณ์แล้ว ความหวังของเธอคงต้องพังทลายลง
“เดือนหน้าปี๊ก็ปิ๊กละ... เอาน่า ปี๊ขอยะการแหมสักปีสองปี ละปี๊จะปิ๊กมาอยู่บ้านเฮา” (เดือนหน้าพี่ก็กลับแล้ว เอาน่า พี่ขอทำงานอีกสองปี พี่จะกลับมาอยู่บ้านเรา)
“ตั๋วสัญญากับเปิ้นละเน้อ ห้ามจุ๊เอิร์นเน้อ” (เธอสัญญาแล้วนะ ห้ามโกหกเอิร์นนะ)
“อืม สัญญา”
พ่อเลี้ยงสบตากับภรรยาด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น ดีใจที่เห็นลูก ๆ รักใคร่กลมเกลียวกัน ท่านมีลูกสาวเพียงสองคนเท่านั้น... และความรักของทั้งคู่ก็คือสิ่งหล่อเลี้ยงหัวใจของคนเป็นพ่อแม่ให้พองโตเสมอ
